สืบค้นข้อมูลด้วย Search Engine
โดย ธรรมรัตน์ ศานติวรนันท์
Computer Today ฉบับปักษ์หลังธันวาคม พ.ศ.2540
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Internet เป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางข้อมูล ที่มีเนื้อหาและเรื่องราว
ต่างๆที่น่าสนใจรวบรวมเก็บเอาไว้อยู่มากมาย หากผมจะถามต่อไปอีกว่าแล้วบริการชนิดไหนละ
ที่ผู้คนส่วนใหญ่มันนิยมเข้าไปหาข้อมูลกัน คำตอบก็คงจะหนีไม่พ้น WWW เป็นแน่
ภายใน WWW จะมีเว็บเพจเก็บสะสมอยู่มากมายนับหลายร้อยล้านเพจและมีแนวโน้มที่จะขยาย
ตัวเพิ่มสูงขึ้นทุกวันๆแต่น่าเสียดายที่มันถูกจัดเก็บรวมเอาไว้อย่างไม่เป็นระเบียบจึงดูเหมือนว่า
เป็นเรื่องยากมาก หากคุณจะเข้าไปค้นหาข้อมูลที่ต้องการทีนึง หากไม่รู้หรือยังไม่ทราบที่อยู่ของ URL
ที่แน่นอน ด้วยสาเหตุสำคัญนี้เองจึงทำให้ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นหัดใช้งานใหม่ๆหรือผู้ที่ไม่ค่อยจะมีความรู้
เกี่ยวกับ Internet มากมายนัก ถึงกับงงและไม่รู้ว่าจะต้องไปเริ่มต้นค้นหาข้อมูลที่ตนสนใจได้จากไหน
จากการกระจายกันของข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบใน Internet จึงเป็นเรื่องที่ยากมากหากเราจะเข้าไปค้น
หาข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆที่สนใจ ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงได้มีการคิดค้นเครื่องมือที่จะนำมาใช้สำหรับ
แก้ไขปัญหาดังกล่าวเหล่านี้เกิดขึ้นมามากมาย แต่มมีเพียง 2 วิธีเท่านั้นที่มีผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้
งานกัน ซึ่งเจ้า 2 วิธีที่ผมกำลังจะกล่าวถึงอยู่นี่คือ
- การค้นหาข้อมูลโดนการใช้ดัชนี (Index)
- การค้นหาด้วยวิธีการของ Search Engine
คุณสามารถเลือกที่จะใช้งานมันได้ทั้ง 2 ประเภทขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลที่คุณกำลังจะค้นหาว่ามันน่าจะเหมาะ
สม กับวิธีค้นหาแบบใดมากที่สุด
การค้นหาโดยใช้ INDEX

วิธีการค้นหาข้อมูลแบบ Index นี้ข้อมูลจะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่าการค้นหาข้อมูลด้วย
วิธีขิง Search Engine โดยมันจะถูกคัดแยกข้อมูลออกมาเป็นหมวดหมู่ และจัดแบ่งแยก Site ต่างๆออก
เป็นประเภท สำหรับวิธีใช้งาน คุณสามารถที่จะ Click เลือกข้อมูลที่ต้องการจะดูได้เลยใน Web Browser
จากนั้นที่หน้าจอก็จะแสดงรายละเอียดของหัวข้อปลีกย่อยลึกลงมาอีกระดับหนึ่ง ปรากฏขึ้นมาให้เราเลือกอีก
ส่วนจะแสดงออกมาให้เลือกเยอะแค่ไหนอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของฐานข้อมูลใน Index ว่าในแต่ละประเภท
จัดรวบรวมเก็บเอาไว้มากน้อยเพียงใด
เมื่อคุณเข้าไปถึงประเภทย่อยที่คุณสนใจแล้ว ที่เว็บเพจจะแสดงรายชื่อของเอกสารที่เ้กี่ยวข้องกับ
ประเภทของข้อมูลนั้นๆออกมา หากคุณคิดว่าเอกสารใดสนใจหรือต้องการอยากที่จะดู สามารถ Click
ลงไปยัง Link เพื่อขอเชื่อต่อทางไซต์ก็จะนำเอาผลของข้อมูลดังกล่าวออกมาแสดงผลทันที
นอกเหนือไปจากนี้ ไซต์ที่แสดงออกมานั้นทางผู้ให้บริการยังได้เรียบเรียงโดยนำเอา Site ที่มีความเกี่ยว
ข้องมากที่สุดเอามาไว้ตอนบนสุดของรายชื่อที่แสดง สำหรับเว็บที่ให้บริการค้นหาข้อมูลแบบนี้และมีผู้คนนิยม
ใช้กันมากก็คงเป็น Yahoo
ค้นหาด้วยวิธีของ Search Engine

วิธีการอีกอย่างที่นิยมใช้การค้นหาข้อมูลคือการใช้ Search Engine ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่กว่า 70%
จะใช้วิธีการค้นหาแบบนี้ หลักการทำงานของ Search Engine จะแตกต่างจากการใช้ Index
ลักษณะของมันจะเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่มหาศาลที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบน Internet ไม่มี
การแสดงข้อมูลออกมาเป็นลำดับขั้นของความสำคัญ การใช้งานจะเหมือนการสืบค้นฐานข้อมูล
อื่นๆคือ คุณจะต้องพิมพ์คำสำคัญ (Keyword) ซึ่งเป็นการอธิบายถึงข้อมูลที่คุณต้องการจะเข้าไป
ค้นหานั้นๆเข้าไป จากนั้น Search Engine ก็จะแสดงข้อมูลและ Site ต่างๆที่เกี่ยวข้องออกมา

หลายคนอาจสงสัยว่า ข้อแตกต่างระหว่าง Index และ Search Engine นี้เป็นอย่างไร คำตอบก็
คือวิธีในการค้นหาข้อมูลแบบ Index เค้าจะใช้คนเป็นผู้จัดรวบรวมและทำระบบฐานข้อมูลขึ้นมา
ส่วนแบบ Search Engine นั้นระบบฐานข้อมูลของมันจะได้รับการจัดสร้างโดยใช้ Software ที่มี
หน้าที่เกี่ยวกับงานทางด้านนี้โดยเฉพาะมาเป็นตัวควบคุมและจัดการ ซึ่งเจ้า Software ตัวนี้จะมี
ชื่อเรียกว่า Spiders
การทำงานข้องมันจะใช้วิธีการเดินลัดเลาะไปตามเครือข่ายต่างๆที่เชื่อมโยงถึงกันอยู่เต็มไปหมดใน
Internet เพื่อค้นหา Website ที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ รวมทั้งยังสามารถตรวจสอบหาความเปลี่ยนแปลงของ
ข้อมูลใน Site เดิมที่มีอยู่ ว่าที่ใดถูกอัพเดตแล้วบ้าง จากนั้นมันก็จะนำเอาข้อมูลทั้งหมดที่สำรวจเข้ามา
ได้เก็บใส่เข้าไปในฐานข้อมูลของตนอัตโรมัติ ยกตัวอย่างของผู้ให้บริการประเภทนี้เช่น Excite , Lycos
Infoserch เป็นต้น
การค้นหาด้วยวิธี Search Engine นั้นมักจะได้ผลลัพท์ออกมากว้างๆชี้เฉพาะเจาะจงได้ยาก บางครั้งข้อมูลที่
ค้นหามาได้อาจมีถึงเป็นร้อยเป็นพัน Site แล้วมีใครบ้างหละที่อยากจะมานั้งค้นหาและอ่านดูที่จะเพจ ซึ่งคง
ต้องเสียเวลาเป็นวันๆแน่ ซึ่งก็ไม่รับรองด้วยว่าคุณจะได้ข้อมูลที่คุณต้องการหรือไม่ ดังนั้นจิงมีหลักในการค้น
หา เพื่อให้ได้ข้อมูลใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งจะขอกล่าวในตอนหลัง
หลักการค้นหาข้อมูลของ Search Enine
สำหรับหลักในการค้นหาข้อมูลของ Search Engine แต่ละตัวจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป
ขึ้นอยู่กับว่าทางศูนย์บริการต้องการจะเก็บข้อมูลแบบไหน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีกลไกใน
การค้นหาที่ใกล้เคียงกัน หากจะแตกต่างก็คงจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพเสียมากกว่า ว่าจะมีข้อมูล
เก็บรวบรวมไว้อยู่ในฐานข้อมูลมากน้อยขนาดไหน และพอจะนำเอาออกมาบริการให้กับผู้ใช้
ได้ตรงตามความต้องการหรือเปล่า ซึ่งลักษณะของปัจจัยที่ใช้ค้นหาโดยหลักๆจะมีดังนี้
- การค้นหาจากชื่อของตำแหน่ง URL ใน เว็บไซต์ต่างๆ
- การค้นหาจากคำที่มีอยู่ใน Title (ส่วนที่ Browser ใช้แสดงชื่อของเว็บเพจอยู่ทางด้าน
ซ้ายบนของหน้าต่างที่แสดง
- การค้นหาจากคำสำคัญหรือคำสั่ง keyword (อยู่ใน tag คำสั่งใน html ที่มีชื่อว่า meta)
- การค้นหาจากส่วนที่ใช้อธิบายหรือบอกลักษณะ site
ค้นหาคำในหน้าเว็บเพจด้วย Browser

การค้นหาคำในหน้าเว็บเพจนั้นจะใช้สำหรับกรณีที่คุณเข้าไปค้นหาข้อมูลที่เว็บเพจใด
เว็บเพจหนึง แล้วภายในมีข้อความปรากฏอยู่เต็มไปหมด จะนั่งไล่ดูทีละบรรทัดคงไม่
สะดวก ในลักษณะนี้เราใช้ใช้ browser ช่วยค้นหาให้ ขึ้นแรกให้คุณนำ mouse ไป click
ที่ menu Edit แล้วเลือกบรรทัดคำสั่ง Find in Page หรือกดปุ่ม Ctrl + F ที่ keyboard ก็ได้
จากนั้นใส่คำที่ต้องการค้นหาลงไปแล้วก็กดปุ่ม Find Next โปรแกรมก็จะวิ่งหาคำดังกล่าว
หากพบมันก็จะกระโดดไปแสดงคำนั้นๆ ซึ่งคุณสามารถกดปุ่ม Find Next เพื่อค้นหาต่อได้ี
อีกจนกว่าคุณจะพบข้อมูลที่ต้องการ
การค้นหาข้อมูลด้วย Search Engine
- Click ที่ปุ่ม Serch บนแถบเครื่องมือหรือ click ที่ menu Edit แล้วเลือกคำสั่ง
Search Internet ก็จะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 4
- เลือก Search Engine ที่คุณต้องการ ( จากภาพตัวอย่างเลือกไว้ใน infoseek)
- ใส่คำที่คุณต้องการจะค้นหาลงไปในช่องยาวๆ (text box) ที่มีสร้างเอาไว้ให้
- คลิ๊กที่ปุ่ม Seek (กรณีเลือก Search Engine ที่อื่นอาจจะไม่ได้ใช้คำนี้ก็ได้ แล้ว
แต่ที่คุณเลือก
โปรแกรมจะเริ่มค้นหาคำนั้นๆให้ ตอนนี้คุณก็รอสักพักนึงก่อน จากนั้นรายชื่อของเว็บเพจต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ระบุจะถูกแสดงออกมาในรูปแบบของลิ้งค์พร้อมคำอธิบายประกอบนิดหน่อย
ให้เราอ่านเพื่อใช้ในการตัดสินใจว่ามันเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เราต้องการหรือเปล่า ส่วนใหญ่ข้อ
มูลที่พบมีมากจนเกินกว่าที่จะแสดงให้เห็นหมดในหน้าเดียว มันจะมีตัวแบ่งหน้าให้เราทางด้าน
ล่างสำหรับเลือกไปดูรายละเอียดส่วนอื่นๆที่เหลือในหน้าถัดๆไป แต่โดยมากแล้วข้อมูลที่ใกล้เคียง
กับคำที่เราต้องการมากที่สุดจะอยู่ในช่วงต้นๆ ของรายการแรกที่ Search Engine นั้นๆตรวจพบ
เทคนิค 8 ประการที่ควรรู้ในการค้นหข้อมูล
ในการค้นหาข้อมูลด้วย Search Engine ส่วนใหญ่แล้วปัญหาที่ผู้ใช้งานทั่วไปมักจะพบเห็น
หรือประสบอยู่เสมอๆก็คงจะหนีไปไม่พ้นข้อมูลที่ค้นหาได้มีขนาดมากจนเกินไป ดังนั้นเพื่อ
ความสะดวกในการใช้งานคุณจึงน่าที่จะเรียนรู้เทคนิคต่างๆเพื่อช่วยลดหรือจำกัดคำที่ค้น
หาให้แคบลงและตรงประเด็นกับเรามากที่สุด
- เลือกรูปแบบการค้นหาให้ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุด(อย่างที่ผมได้เคยบอก
ไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่ามีอยู่ 2 แบบ)ส่วนจะเลือกใช้วิธีไหนก็ตามแต่คุณจะเห็นว่า
เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการจะค้นหาข้อมูลที่มีลักษณะทั่วไป ไม่ชี้
เฉพาะเจาะจง ก็ควรเลือกบริการสืบค้นข้อมูลแบบ Index อย่างของ yahoo เพราะ
โอกาสที่จะเจอนั้น เปอร์เซ็นต์สูงกว่าจะมานั่งสุ่มหาโดยใช้วิธีแบบ Search Engine
- ใช้คำมากกว่า 1 คำที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกันช่วยค้นหา เพราะจะได้ผลลัพท์ที่มีขนาด
แคบลงและชี้เฉพาะมากขึ้น (ย่อมจะดีกว่าหาคำเดียวโดดๆ)
- ใช้บริการของผู้ให้บริการเฉพาะด้าน เช่นการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของ
ภาพยนตร์ก็น่าที่จะเลือกใช้ Search Engine ที่ให้บริการใหล้เคียงกับเรื่องพวกนี้
เพราะผลลัพท์ที่ได้น่าจะเป็นที่น่าพอใจกว่า
- ใส่เครื่องหมายคำพูดครอบคลุมกลุ่มคำที่ต้องการ เพื่อบอกกับ Search Engine ว่าเรา
ต้องการผลการค้นหาที่มีคำในกลุ่มนั้นครบและตรงตามลำดับที่เราพิมพ์ทุกคำ เช่น
"free shareware" เป็นต้น
- การขึ้นต้นของตัวอักษรตัวเล็กเท่ากันหมด Search Engine จะเข้าใจว่าเราต้องการ
ให้มันค้นหาคำดังกล่าวแบบไม่ต้องสนใจว่าตัวอักษรที่ได้จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่
ดังนั้นหากคุณต้องการอยากที่จะให้มันค้นหาคำตรงตามแบบที่เขียนไว้ก็ให้ใช้ตัว
อักษรใหญ่แทน
- ใช้ตัวเชื่อมทาง Logic หรือตรรกศาสตร์เข้ามาช่วยค้นหา มีอยู่ 3 ตัวด้วยกันคือ
- AND สั่งให้หาโดยจะต้องมีคำนั้นๆมาแสดงด้วยเท่านั้น! โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องติดกัน
เช่น phonelink AND pager เป็นต้น
- OR สั่งให้หาโดยจะต้องนำคำใดคำหนึ่งที่พิมพ์ลงไปมาแสดง
- NOT สั่งไม่ให้เลือกคำนั้นๆมาแสดง เช่น food and cheese not butter หมายความว่า
ให้ทำการหาเว็บที่เกี่ยวข้องกับ food และ cheese แต่ต้องไม่มี butter เป็นต้น

ใช้เครื่องหมายบวกลบคัดเลือกคำ
+ หน้าคำที่ต้องการจริงๆ
- (ลบ)ใช้นำหน้าคำที่ไม่ต้องการ
() ช่วยแยกกลุ่มคำ เช่น (pentium+computer)cpu
- ใช้ * เป็นตัวร่วม เช่น com* เป็นการบอกให้หาคำที่มีคำว่า com ขึ้นหน้าส่วนด้านท้ายเป็น
อะไรไม่สนใจ *tor เป็นการให้หาคำที่ลงท้ายด้วย tor ด้านหน้าจะเป็นอะไรไม่สนใจ